รีวิวเกม Bloodstained Curse of the Moon 2

Bloodstained Curse of the Moon 2 เปื้อนเลือด: คำสาปแห่งดวงจันทร์ 2

เกมเพลย์ Castlevania ยกภาคสามมาปรับแต่ง

รูปแบบเกมเพลย์เหมือนกับภาคแรกที่เป็นแอ็กชัน 2 มิติมุมมองข้างๆ ที่เข้าใจง่ายและได้รับความนิยมของเกมในอดีต โดยเกมมีต้นแบบที่ถอดมาจาก Castlevania ภาคสามบน Famicom ที่เป็นเกมแอ็คชั่นมากกว่า RPG แบบเกม Symphony of the Night แต่มันก็ไม่ได้มาเป็นแบบลุยด่านทั้งหมด มีการย้อนกลับไปฉากเดิมเพื่อปลดล็อกทางลับใหม่ได้ ทำให้เกมมีความแตกต่างจากยุค 8Bit ทำให้ผู้เล่นยุคใหม่รู้สึกว่ามันไม่เชยจนเกินไป

นอกจากนี้ ฉากจบมีหลายแบบที่มีเงื่อนไขที่ผู้เล่นจำต้องกลับไปแก้ปัญหา เพื่อเจอกับฉากจบใหม่ รวมทั้งเมื่อมาประสานกับเรื่องราวของเกมที่แม้ว่าจะเสนอด้วยกราฟิกแบบ 8Bit แต่ก็ทำให้เราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งในช่วงท้ายมีอะไรให้ผู้เล่นประหลาดใจอยู่พอสมควร แต่ไม่ขอบอกเดี๋ยวจะสปอยเรื่องราว ส่วนความยากในเกมก็ ถือว่ายากแบบเกม 8Bit ยุคเก่าเหมือนเดิม แม้จะมีโหมดง่ายมาให้เลือกก็ตามมันก็ไม่ได้ง่ายแบบสุดๆมันยังมีความโหดของเกมยุค 80s อยู่ แต่หากจับจังหวะศัตรูได้ก็จะผ่านไปได้ไม่ยากนัก และเกมมีจุด save ให้ตลอดฉากทำให้พอจะเล่นจบได้แบบไม่หัวร้อนมากนัก

 

ตัวละครหลากหลาย มีตัวใหม่ด้วย

ส่วนตัวละครหลักในตอนแรกมี 4 ตัว ได้แก่นักดาบจากภาคแรกอย่าง Zangetsu รวมทีมกับสามตัวละครใหม่อย่าง Dominique Baldwin สาวผู้ใช้หอกผู้มีความสามารถสำหรับการเพิ่มพลัง กับนักแม่นปืนนาม Robert ที่ยิงระยะไกล และที่น่ารักเป็นมีน้องหมาน่ารักที่ขี่หุ่นยนต์ยักษ์นาม Hachi ที่ทรงพลังแต่เคลื่อนไหวช้า เมื่อรวมทีมกันแล้วจะเป็นทีมใหม่ที่ทรงพลัง และนอกจากทุกคนจะมีอาวุธหลักที่แตกต่างกันแล้วยังมีอาวุธเสริมที่ต้องเสียค่าพลังเวทเหมือนกับเกม Castlevania

และผู้เล่นต้องสลับเปลี่ยนตัวละครที่มีความแตกต่างกัน เพื่อลุยไปในฉากที่ผู้สร้างใส่มาให้ใช้ความสามารถพิเศษของตัวละครเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นบางตัวมีท่าพิเศษที่ทำลายกำแพงได้ หรือบางตัวหมอบคลานไปในที่แคบได้ รวมทั้งท่าพิเศษของอาวุธเสริมที่มีหลากหลายและจำเป็นต่อการเล่น เช่นการต่อสู้กับศัตรูบางตัวรวมทั้งบอสสุดโหดที่คอยเราอยู่ตลอดเกมด้วย และข่าวดีคือ Bloodstained Curse of the Moon 2 เล่นได้สองคนพร้อมๆกัน ถือว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมาก เพราะมันทำให้เกมโดดเด่นและเหนือกว่า Castlevania ที่ส่วนใหญ่จะเล่นได้แค่คนเดียว

 

สรุป

เกม Bloodstained Curse of the Moon 2 แม้มันจะไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับเกมแนวย้อนยุคที่นิยมสร้างในตอนนี้ แต่เกมสร้างโดยทีมงานที่รู้จักความคลาสสิกดั้งเดิมสมัยอดีต รวมทั้งทำออกมาได้ดีมีความท้าทาย อีกทั้งมันก็ไม่ได้ออกมาเชยมีการใส่อะไรใหม่ๆเข้าไปอยู่แม้จะไม่มากก็ตาม แต่ราคาเกมยังอยู่แค่หลักร้อยบาท ดังนั้นแฟนๆเกมที่ถูกใจความคลาสสิกโหลดมาเล่นได้เลยคุ้มแน่นอน

 

จุดเด่น

กราฟิก 8Bit แนวย้อนยุค

รูปแบบการเล่นสนุกเหมือนเกมยุคก่อน

กลับไปเล่นฉากเก่าเพื่อปลดล็อกปริศนา

ตัวละครเยอะ